ประวัติของหน่วย

สำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กองทัพเรือ (สง.ปรมน.ทร.)

ความเป็นมา

รัฐบาลได้จัดตั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบในการรักษาความสงบเรียบร้อย และความมั่นคงภายใน เพื่อให้การดำเนินนโยบายด้านต่าง ๆ ของรัฐบาลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ นั่นคือ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ซึ่งเป็นส่วนราชการรูปแบบเฉพาะ อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี จัดตั้งโดยอาศัย มาตรา ๕ ของ พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑ โดยมี นายกรัฐมนตรี เป็น ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(ผอ.รมน.) ในสภาวะปกติปฏิบัติภารกิจตามมาตรา ๗ ของ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑ และในกรณีที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักรแต่ยังไม่มี ความจำเป็นประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินให้ปฏิบัติภารกิจตามมาตรา ๑๕ ของ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑ และเมื่อ ๒๒ พ.ย. ๒๕๖๐ ได้มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๕๑/๒๕๖๐ เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๖๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย(ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.๒๕๕๗ โดยมีสาระสำคัญ ๔ เรื่อง ได้แก่

  • ขยายความหมายของ “การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หมายความว่า การดําเนินการเพื่อป้องกัน ควบคุม แก้ไข  และฟื้นฟูสถานการณ์ใดที่เป็นภัยหรืออาจเป็นภัยอันเกิดจากบุคคลหรือกลุ่มบุคคล ที่ก่อให้เกิดความไม่สงบสุข  ทําลาย หรือทําความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของประชาชน หรือของรัฐ รวมถึงในกรณีที่เกิดหรือคาดว่าจะเกิดสาธารณภัยตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ให้กลับสู่สภาวะปกติเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยของประชาชน หรือความมั่นคงของรัฐ”
  • มาตรา ๙ เพิ่มข้อความ… ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ได้รับคําสั่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่ใน กอ.รมน. ตามวรรคหนึ่ง   มีสิทธิได้รับเงินประจําตําแหน่งในอัตราที่ได้รับอยู่เดิมต่อไป สําหรับสิทธิประโยชน์อื่นให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น
  • มาตรา ๑๑/๑ เพิ่มข้อความ … ให้ กอ.รมน.ภาค แต่ละแห่งมีคณะกรรมการอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในภาคประกอบด้วย ผอ.รมน.ภาค เป็นประธานกรรมการ
  • มาตรา ๑๓/๑ เพิ่มข้อความ … ให้ กอ.รมน. จังหวัดแต่ละแห่ง มีคณะกรรมการอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด ประกอบด้วย ผอ.รมน. จังหวัด เป็นประธานกรรมการ

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) ได้เสนอให้ ทร. พิจารณาดำเนินการจัดตั้ง สำนักงานประสานภารกิจด้านความความมั่นคงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กองทัพเรือ ตามที่ นรม./ผอ.รมน. ได้กรุณาอนุมัติหลักการปรับโครงสร้างและอัตรากำลังของ กอ.รมน. เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการปฏิบัติงาน และมีแนวทางการเจริญก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่ที่ชัดเจน ตลอดจนได้รับสิทธิต่าง ๆ ตามตำแหน่งที่บรรจุจริงอย่างเป็นธรรม เนื่องจากในอดีตที่ผ่านมา กำลังพลของหน่วยต่าง ๆ ที่ไปปฏิบัติราชการที่ กอ.รมน. เป็นกำลังพลที่บรรจุในอัตรา นายทหาร/เจ้าหน้าที่ ปฏิบัติราชการพิเศษประจำหน่วย ซึ่งเป็นอัตราที่ กอ.รมน. ฝากไว้กับเหล่าทัพ ( ทร. รับฝากอัตราไว้ ๑๑๓ อัตรา) หรือเป็นกำลังพลที่บรรจุในอัตราประจำหน่วยสายวิทยาการ เมื่อบรรจุในอัตราดังกล่าวแล้ว ทร. จะลงคำสั่งให้ไปช่วยปฏิบัติราชการที่ กอ.รมน. ตามวงรอบ ๖ เดือน หรือ ๑ ปี  ทำให้การปฏิบัติงานไม่ต่อเนื่อง และขาดประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน ทำให้การขาดความเป็นหน่วย ซึ่งไม่สามารถควบคุมบังคับบัญชาได้ เพราะต่างคนต่างมา และแยกย้ายกลับไปในแต่ละปี ทำให้การปฏิบัติงานได้ไม่ต่อเนื่อง ไม่สามารถคัดเลือกกำลังพลที่มีคุณภาพตามนโยบาย นรม./ผอ.รมน. ได้ ส่งผลทำให้ขาดประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน และที่สำคัญ ผู้บริหารไม่ได้รับสิทธิตรงตามงานที่ปฏิบัติ เพราะสิทธิได้ตามตำแหน่งบรรจุจริง จึงเกิดความไม่เป็นธรรม

( ในส่วนของ ทร. กำลังพลที่ไปปฏิบัติราชการที่ กอ.รมน. เป็นกำลังพลที่บรรจุในอัตรา นายทหาร/เจ้าหน้าที่ ปฏิบัติราชการพิเศษ ประจำ กพ.ทร. หรือ เป็นกำลังพลที่บรรจุในอัตราประจำหน่วยสายวิทยาการ โดย ทร. ลงคำสั่งให้ไปช่วยปฏิบัติราชการที่ กอ.รมน. ตามวงรอบ ๖ เดือน หรือ ๑ ปี )

จากปัญหาที่เกิดขึ้น นรม./ผอ.รมน. ได้กำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหา โดยการปรับโครงสร้างและอัตรากำลังของ กอ.รมน. พร้อมทั้งให้ กห. พิจารณาจัดตั้งหน่วยปกติเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของ กอ.รมน. โดยการจัดตั้งสำนักงานประสานภารกิจด้านความความมั่นคงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ของ สป. และเหล่าทัพ มีการบรรจุกำลังพลเช่นเดียวกับการบรรจุกำลังพลของหน่วยตามปกติ แต่มาปฏิบัติราชการที่ กอ.รมน. โดยอาศัยมาตรา ๙  ของ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑ กำหนดให้หน่วยงานของรัฐจัดอัตราทดแทนเจ้าหน้าที่ที่มาปฏิบัติงานใน กอ.รมน. ไม่เกินจำนวนอัตราที่จัดส่งไป เรียกว่า “อัตรากำลังแทน” และ ตามคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่  ๕๑/๒๕๖๐ เรื่อง  การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร “ มาตรา ๙  เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติการตามอํานาจหน้าที่ของ กอ.รมน. ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้หน่วยงานของรัฐ จัดส่งเจ้าหน้าที่  ของรัฐไปปฏิบัติหน้าที่ใน กอ.รมน. ตามที่ผู้อํานวยการร้องขอ และให้องค์กรกลางบริหารงานบุคคลหรือองค์กรอื่น ที่มีอํานาจหน้าที่ทํานองเดียวกันของหน่วยงานของรัฐนั้น จัดให้หน่วยงานของรัฐที่จัดส่งเจ้าหน้าที่ของรัฐไปปฏิบัติหน้าที่ยัง กอ.รมน.  มีอัตรากําลังแทนตามความจําเป็น แต่ไม่เกินจํานวนอัตรากําลังที่จัดส่งไป โดยการจัดอัตรากําลังแทนดังกล่าว     อาจจัดเป็นรายอัตราหรือเป็นหน่วยก็ได้ ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ได้รับคําสั่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่ใน กอ.รมน. ตามวรรคหนึ่ง มีสิทธิได้รับเงินประจําตําแหน่งในอัตราที่ได้รับอยู่เดิมต่อไป สําหรับสิทธิประโยชน์อื่นให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น”

การดำเนินการจัดตั้งหน่วย

           ตามที่ นรม./ผอ.รมน. ได้กรุณาอนุมัติหลักการปรับโครงสร้างและอัตรากำลังของ กอ.รมน. เพื่อแก้ไขปัญหาการปฏิบัติงานในอัตราช่วยราชการของ กอ.รมน. โดยให้ สป. บก.ทท. ทบ. ทร. และ ทอ. พิจารณาปรับโครงสร้างการจัดหน่วย เพื่อจัดตั้งสำนักงานประสานภารกิจด้านความความมั่นคงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และดำเนินการบรรจุกำลังพลเช่นเดียวกับการบรรจุกำลังพลของหน่วยตามปกติ แต่ให้ไปปฏิบัติราชการที่ กอ.รมน. นั้น กห. ได้เชิญผู้แทน สป. บก.ทท. ทบ. ทร. และ ทอ. ร่วมประชุม เพื่อกำหนดแนวทางในการปรับโครงสร้างการจัดหน่วยรองรับการจัดตั้งหน่วยใหม่ แต่เนื่องจากเป็นกรณีเร่งด่วน หากเสนอขอจัดตั้งหน่วยงานเป็นหน่วยขึ้นตรงเหล่าทัพจะต้องเสนอเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. เพื่อขอแก้ไข พ.ร.ฎ.การแบง สวนราชการและกําหนดหน้าที่ของส่วนราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๕๒ ซึ่งอาจจะใช้ระยะเวลาในการดำเนินการตามขั้นตอนเป็นเวลานาน และไม่ทันตามกำหนดเวลาที่ นรม./ผอ.รมน. ให้นโยบายไว้ ดังนั้น จึงให้จัดตั้งสำนักงานฯ เป็นส่วนราชการขึ้นตรงต่อกองบัญชาการกองทัพ เพื่อหลีกเลี่ยงการแก้ไข พ.ร.ฎ.ฯ ดังกล่าว โดยในส่วนของ ทร. ได้จัดตั้งหน่วยชื่อว่า “สำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กองทัพเรือ” เป็นหน่วยในกองบัญชาการกองทัพเรือ ซึ่งแต่ละเหล่าทัพได้พิจารณาดำเนินการเป็นแนวทางเดียวกัน (ทบ. และ ทอ. กำหนดไว้ใน บก.ทบ. บก.ทอ. ตามลำดับ) และถือว่า “สำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กองทัพเรือ” จึงมิใช่ส่วนราชการขึ้นตรงกองทัพเรือ แต่เป็นส่วนราชการขึ้นตรงในส่วนของกองบัญชาการกองทัพเรือ และส่วนราชการขึ้นตรงกับกองทัพเรือยังคงมีจำนวน ๓๖ หน่วย เช่นเดิม

รมว.กห. ได้กรุณาอนุมัติแก้ไขโครงสร้างการจัดและอัตราของส่วนราชการใน กห. เพื่อจัดตั้งสำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กองทัพเรือ เมื่อ ๑๖ ก.ค. ๖๐ ในส่วนของ ทร. มีการปรับปรุงแก้ไข อฉก.หมายเลข ๐๑๐๐ กองทัพเรือ (กองบัญชาการ) อฉก.หมายเลข ๑๓๐๐ กพ.ทร. และจัดตั้ง อฉก.หมายเลข ๐๑๑๐ สำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กองทัพเรือ โดยกำหนดชื่อย่อเป็น “สง.ปรมน.ทร.” และออกคำสั่ง กห. แก้อัตรากองทัพเรือ พ.ศ.๒๕๐๑ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ ๑ ต.ค.๖๐ เป็นต้นมา ในการจัดทำ อฉก.หมายเลข ๐๑๑๐ สง.ปรมน.ทร. เป็นอัตราแยกต่างหากจาก อฉก. หมายเลข ๐๑๐๐ กองทัพเรือ (กองบัญชาการ) โดยมีอัตรากำลังพลรวมทั้งสิ้น ๑๐๕ อัตรา ประกอบด้วย พล.ร.ท. ๑, พล.ร.ต. ๔, น.อ.(พ) ๒๕, น.อ. ๑๔, น.ท. ๑๓, น.ต. ๑๒, ร.อ. ๑๐, พ.จ.อ.(พ) ๕, พ.จ.อ. ๘, จ.อ. ๑๓) ซึ่ง กห. ได้กำหนดแนวทางในการปรับเกลี่ยอัตรากำลังพล เพื่อนำมาจัดทำอัตรากำลังพลของสำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร แต่ละเหล่าเป็นไปในแนวทางเดียวกัน โดยการปรับเกลี่ยอัตรากำลังพลชั้นยศ พล.ร.ท. ๑ อัตรา และ อัตรา พล.ร.ต. ๔ อัตรา จากอัตรา ผทค.(พ) และ ผทค. ตามอนุมัติ รมว.กห. ที่ให้ปรับเป็นตำแหน่งหลักได้ และส่วนอัตรากำลังพลชั้นยศ น.อ.(พ) – จ.อ. จำนวน ๑๐๐ อัตรา  เป็นการปรับเกลี่ยจากอัตรากำลังพลพิเศษสำหรับปฏิบัติราชการใน กอ.รมน. ที่ กอ.รมน.ฝากไว้กับ ทร. จำนวน ๑๑๓ อัตรา

สำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กองทัพเรือ (สง.ปรมน.ทร.) เป็นหน่วยที่จัดตั้งขึ้นใหม่ ตามอนุมัติ รมว.กห. ในการแก้ไขโครงสร้างการจัดและอัตราของส่วนราชการใน กห. เพื่อจัดตั้งสำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับ กอ.รมน. ของ สป. ทบ. ทร. และ ทอ. และ รมว.กห. ได้กรุณาออกคำสั่งกระทรวงกลาโหม เรื่อง แก้อัตรากองทัพเรือ พ.ศ.๒๕๐๑  เมื่อวันที่ ๑๖ ก.ค.๖๐ โดยกำหนดให้มีผลบังคับใช้ ตั้งแต่ ๑ ต.ค.๖๐ เป็นต้นไป